แผนที่ ไร่กิจรุ่งเรือง บ้านเลขที่ 153 หมู่ 9 แกใหญ่ เมือง สุรินทร์ 32000, Thailand


ไร่กิจรุ่งเรือง บ้านเลขที่ 153 หมู่ 9 แกใหญ่ เมือง สุรินทร์ 32000, Thailand เริ่มต้นที่ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ขับรถตามคลองชลประทาน ขับมุ่งหน้ามาทางบ้านตาเตน ซื่งอยู่ กม.21 เลี้ยวเข้าหมู่บ้านตาเตน เข้ามาในหมู่บ้านแล้วถ้าเจอร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ตรงสามแยกใหเลี้ยวขวาตามถนนลาดยางประมาณ 500 เมตรให้เลี้ยวซ้ายที่สามแยกมุ่งหน้าเข้าบ้านจักจรูก ประมาณ 1 กี่โลเมตร ไร่จะอยู่ทางซ้านมือ จุดเด่นคือ มีถัง 2000 ลิตรตั้งอยู่บนหลังคา และเป็นไร่มะนาว





วิธีทำฮอร์โมนถั่วเหลือง ฮอร์โมนถั่วเหลือง เร่งต้น เร่งใบ

วิธีทำฮอร์โมนถั่วเหลือง

ฮอร์โมนถั่วเหลือง เร่งต้น เร่งใบ

                ซึ่งฮอร์โมนถั่วเหลืองเหมาะสำหรับพืชผักที่เรานำใบมากินหรือจะเรียกกันแบบเข้าใจง่ายว่าพืชกินใบนั่นเอง อย่างแรกเราต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการผสมให้เรียบร้อยก่อนเริ่มจาก

ถั่วเหลือผ่าซีก 1 กิโลกรัม นำมาแช่น้ำให้สะอาดและแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน แล้วนำมาปั่นหรือว่าบดให้ละเอียดกับน้ำ 8 ลิตร กรองด้วยผ้าขาวบางเอาออกมาเฉพาะน้ำอย่างเดียวเท่านั้น โดยแยกกากไว้ข้างนอกอีกกองหนึ่ง
กลูโคลินผง 4 ขีด
น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม
ยาคูลท์ 2 ขวด
น้ำมะพร้าวอ่อน 4 ลูก
น้ำส้มสายชูเทียมอัตราส่วน ครึ่งขวด
ขั้นตอนการทำฮอร์โมนถั่วเหลือง

นำส่วนผสมทั้งหมดมากคลุกเคล้าให้เข้ากันในถังพลาสติกที่มีฝาปิด หลังจากผสมจนได้ที่เป็นเนื้อเดียวกันแล้วก็ปิดฝาให้สนิทอย่าให้มีอาการเข้าไป หมักทิ้งไว้เป็นเวลา 1 เดือน หลังจากนั้นก็นำออกมาปั่นหรือบดให้ละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะบรรจุใส่ขวดเก็บไว้ใช้หรือว่าเป็นหัวเชื้ออีกทีหนึ่งก็ได้

หัวเชื้อจุลินทรีย์ถั่วเหลืองเป็นทั้งฮอร์โมนและหัวเชื้อจุลินทรีย์ในตัวมันเอง  ซึ่งจุลินทรีย์ถั่วเหลืองนี้จะทำให้ดินดีขึ้นและมีธาตุอาหารมากขึ้นเช่นกัน

การนำฮอร์โมนถั่วเหลืองไปใช้

การนำฮอร์โมนถั่วเหลืองไปใช้มีอัตราส่วนดังนี้ ฮอร์โมน 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำสะอาด 5 ลิต ใช้ฉีด พ่นรด วันเว้นวัน

ประโยชน์ของฮอร์โมนถั่วเหลือง

ประโยชน์ของฮอร์โมนถั่วเหลือง ใช้ในการเร่งต้นและเร่งใบให้กับผักกินใบได้เป็นอย่างดี ทำให้ใบผักอ่อนกรอบ รสชาติอร่อยลำต้นไม่แคระแกร็น มีความสมบูรณ์ในตัวไม้

อาชีพเกษตรกร



  • อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่ต้องมีใจรัก ต้องบอกว่าเป็นอาชีพที่ทำแล้วไม่ร่ำรวยอะไร เป็นอาชีพที่ทำงานค่อนข้างหนัก แต่ถ้าเรารักในอาชีพเกษตรกร ถึงจะทำงานหนักจนรู้สึกเหนื่อย ก็เหนื่อยเพียงร่างกาย แต่เราจะมีความสุขใจที่ได้ทำ


ฮอร์โมนไข่สำหรับนาข้าว

ส่วนประกอบ 
ส่วนประกอบ
1.ไข่ไก่   5 ก.ก (ประมาณ 100 ฟอง)
2. นมสด 5 ลิตร
3.กากน้ำตาล 5 ก.ก สำหรับไข่ไก่  3 ก.ก สำหรับนมสด
4. ลูกแป้งข้าหมาก   1 ลูก                                            
5.นมเปรี้ยวบีทาเก็น  1 ขวด

สูตรฮอร์โมนนมสำหรับการดูแลมะนาว

สูตรฮร์โมนนมสำหรับการดูแลมะนาว
นมสด 3 ลิตร
กลูโคส 1 กิโกรัม
ไข่ไก่ 5 ฟอง
กระทิแดง 2 ขวด
อัตรา 2 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร หรือ20CCต่อน้ำ20ลิตล....พ่นทุก 7 วัน

มะนาวนอกฤดูแบบธรรมชาติ



การทำมะนาวนอกฤดู โดยมะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์นั้นเป็นที่ทราบและรับรู้กันว่าจะต้องให้มะนาวอดน้ำ 10-15 วันแล้วจึงค่อยให้ปุ๋ยให้น้ำตามปกติหลังจากนั้นจะมีดอกออกมา แต่วิธีนี้คุณภาพของดอกจะเป็นดอกคุณภาพต่ำจำนวนมาก กล่าวคือดอกที่ออกออกมาจากกิ่งนั่นเอง และการกระทำแบบนี้ถ้าพิจารณาดีๆ มันเหมาะกับมะนาวประเภทออกดอกติดผลยากมากกว่า แต่ปัจจุบันได้เอาวิธีนี้มาใช้กับมะนาวที่ออกดอกตลอดปี ดังนั้นสวนมะนาวแป้นไร่กิจรุ่งเรืองของเราจึงได้ทดลองทำมะนาวนอกฤดู โดยวิธีที่เรียกว่า "มะนาวนอกฤดูแบบธรรมชาติ"

   ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจสายพันธุ์มะนาวที่เราได้ทำการทำมะนาวนอกฤดูกันก่อนโดยพันธุ์มะนาวที่เราเลือกคือแป้นรำไพ เพราะแป้นรำไพเป็นมะนาวที่ ทรงแป้น ผลโต น้ำมาก เปลือกบาง ที่สำคัญเป็นที่ต้องการของตลาดมากๆ และติดผลง่าย โดยจะออกดอกทันทีที่ต้นไม่มีลูกค้างต้นจนมากเกินไปเรียกว่าสามารถออกดอกได้ตลอดปี สำหรับที่ต้นสมบูรณ์มากๆ เมื่อเราเข้าใจถึงคุณสมบัติของมะนาวแป้นรำไฟกันแล้ว จึงมองดูไม่ยากที่จะทำมะนาวนอกฤดูแบบธรรมชาติ ซึ่งขั้นตอนต่างๆนั้นไม่สลับซับซ้อนและแทบจะไม่ลงทุนอะไรเพิ่มเลย ฝนจะตกหรือไม่ก็ไม่เป็นอุปสรรค

  คุณสมบัติของมะนาวที่จะทำมะนาวนอกฤดูแบบธรรมชาติมีดังนี้
    - มะนาวต้องอายุ 1 ปี 6 เดือนขึ้นไป
    - มะนาวจะเป็นแบบปลูกในวงบ่อซีเมนต์ หรือปลูกลงดินก็ได้

  ขั้นตอนมีดังนี้

   ช่วงเดือนเมษายน หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จะมีมะนาวบางส่วนที่ยังติดค้างอยู่ที่ต้นยังไม่ต้องเอาออกให้คงไว้แบบนั้นหรือเก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆ ช่วงนี้มะนาวอย่าให้ขาดน้ำเป็นเด็ดขาดโดยให้น้ำทุกวันสำหรับมะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์พร้อมเติมดินที่ผสมปุ๋ยคอกลงไปให้เต็มวงด้วย  และทุกๆ 3-4 วันสำหรับมะนาวที่ปลูกลงดิน โดยให้ปุ๋ยเคมีสูตร 25-7-7 ต้นละ 3 กำมือ และสลับกับการให้ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 (ใส่ห่างจากโคนต้น)ทุก 25 วัน โดยก่อนและหลังให้ปุ๋ยต้องรดน้ำให้ชุ่มเพื่อให้ได้ประสิทธิ์ภาพมากที่สุด และช่วงนี้ต้องรักษายอดมะนาวที่ออกใหม่อย่าให้มีเพลี้ยไฟหรือหนอนชอนใบเข้ามาทำลายยอดอ่อนมะนาวได้ หากมีดอกออกมาก็ให้ปลิดทิ้งเสีย

  ช่วงเดือนกรกฏาคม ต้นมะนาวจะสมบูรณ์สุดๆ สำหรับช่วงนี้ให้งดการให้ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 และยังคงให้ปุ๋ยเคมีสูตร 25-7-7 เหมือนเดิมแต่ให้ถี่ขึ้นคือ 20 วันต่อครั้งโดยลดจำนวนลงเหลือ 2 กำมือ ส่วนน้ำยังคงให้สม่ำเสมอเช่นเดิมแต่หากฝนตกก็ควรงดน้ำเพราะช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้ว เมื่อถึงปลายเดือนกรกฏาคม ให้ทำการตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มออก ประมาณ 30% เน้นกิ่งที่ไขว้ไม่มีประโยชน์ หรือปลายกิ่งที่มีรอยเพลี้ยไฟหรือหนอนชอนใบทำลาย และให้เอาลูกที่ติดต้นทั้งหมดออก หากมีดอกก็ให้ปลิดทิ้งให้ต้นมะนาวว่าง

  ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ในช่วงนี้ จะเห็นว่ามะนาวจะแตกยอดอ่อนออกมามาก บางส่วนที่ไม่ได้ตัดแต่งกิ่งก็จะมีดอกออกมาบ้างก็ให้ทำการเด็ดทิ้งเช่นเดิม และเน้นพ่นยาเพื่อรักษายอดอ่อนให้ดี สำหรับเดือนนี้ทั้งเดือนให้ลด การให้ปุ๋ยเคมี 25-7-7 เหลือต้นละ 1 กำมือ แต่น้ำยังคงให้ตามปกติ

  ช่วงเดือนตุลาคม ให้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 ต้นละ3 กำมือ จำนวน 2 ครั้ง โดยห่างกัน 20 วัน หลังจากนั้นจะสังเกตุว่ามะนาวจะออกดอกมาเรื่อยๆซึ่งดอกที่ออกจะเป็นดอกคุณภาพดี คือออกมาพร้อมยอดอ่อน และออกมาจากซอกใบ จากนี้ไปให้บำรุงด้วยปุ๋ยเคมีสุตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 และทำการรักษาดอกมะนาวให้ดีโดยต้องระวังเชื้อราต่างๆเนื่องจากช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวเย็นความชื้นสูง และจะได้มะนาวผลโตๆไว้จำหน่ายในช่วงหน้าแล้งที่ว่ากันว่ามะนาวแพงสุดๆ

สำหรับวิธีนี้ เป็นการทดลองทำจากสวนของเราเมื่อปีที่ผ่านมาปรากฏว่าได้มะนาวดกมากแถมมะนาวผลใหญ่มากๆ จำหน่ายได้ราคาดีโดยมีมะนาวจะหน่ายตั้งแต่เดือนมีนาคม จนถึง เดือนกรกฏาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่มะนาวราคาที่เกษตรกรปลูกมะนาวพอใจในราคามะนาวมากที่สุด

"มะนาวแป้นดกพิเศษ" ผลใหญ่น้ำเยอะเป็นพวงทั้งปี



ปัจจุบัน มะนาวมีการพัฒนาพันธุ์ขึ้นมาใหม่เยอะ มีทั้งวิธีเขี่ยเกสรผสมกันระหว่างมะนาวสายพันธุ์ดังๆหลายพันธุ์ และด้วยการเอาเมล็ดไปเพาะทำให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นมะนาวพันธุ์ใหม่แบบถาวร ทางไร่กิจรุ่งเรืองก็ปลูกมะนาวดกพิเศษไว้ 50ต้นซึ่ง“มะนาวแป้นดกพิเศษ” ก็เป็นหนึ่งในจำนวนที่กล่าวด้วย โดยเกิดจากการเพาะเมล็ดของมะนาวแป้นที่นิยมปลูกเก็บผลขายทั่วไป และมีลักษณะเด่นคือ ต้นทนต่อโรคแมลงได้ดีมาก ผลมีขนาดใหญ่ ติดผลเป็นพวง แตกต่างจากมะนาวแป้นพันธุ์แม่ที่จะติดผลเดี่ยวๆ เปลือกผลบาง มีเมล็ดน้อย ให้น้ำเยอะ รสชาติเปรี้ยวจัด น้ำมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว กำลังเป็นที่นิยมปลูกอยู่ในเวลานี้